Tag Archives: เรอัล มาดริด

ไม่ล้มเลิก! เรอัล มาดริด กลับลำจ่อยื่นข้อเสนอล่าตัว เด เคอา 46 ล้านปอนด์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวเตรียมกลับมายื่นข้อเสนอล่าตัว ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เตรียมกลับมาพยายามคว้าตัว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนของ ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

เรอัล มาดริด

มาดริด เคยล้มเหลวในการคว้าตัว เดเคอา เมื่อปี 2015 แบบหวุดหวิดในนาทีสุดท้ายแต่พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเป็นที่เชื่อกันว่าซีเนดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาวยอมรับสภาพแล้วว่าทีมไม่สามารถคว้าตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าดาวรุ่งของโมนาโกมาร่วมทีมได้ในซัมเมอร์นี้ ทำให้ เด เคอา กลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของเขาทันที

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ชุดขาว กำลังเตรียมพร้อมยื่นข้อเสนอ 46 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อตัว เด เคอา และพวกเขาหวังว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเพียงพอที่จะโน้มน้าวปิศาจแดงปล่อยแข้งรายนี้

ทางด้าน อันเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์คนสำคัญ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ออกมายอมรับว่าหาก ดาบิด เด เคอา จอมหนึบเพื่อนร่วมทีมย้ายซบอก เรอัล มาดริด จะเกิดเรื่องหายนะแน่นอน เพราะโกลวัย 26 ปีเป็นเพื่อนซี้ปึ้กและจะเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “เร้ด เดวิลส์” ประสบความสำเร็จในอนาคต

นายด่านทีมชาติสเปน วัย 26 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับต้นสังกัดตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านๆ มาและสถาปนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในโกลที่ดีที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ยังต้องการโน้มน้าวใจให้นักเตะโยกไปอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก่อนซีซั่นใหม่จะเปิดฉากขึ้น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

10 แข้งดังที่ย้ายซบ เรอัล มาดริด โดยค่าตัวที่ทำลายสถิติสโมสร

กาลาตีกอสเป็นฉายาของ เรอัล มาดริด ที่มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำระดับโลกมาร่วมทีมมากมายและเราจะมาดูนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมมาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร

เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่โด่งดังทั่วโลกแห่งศึก ลา ลีกา และในเรื่องที่กวาดซื้อแต่ซุปเปอร์สตาร์เข้าร่วมทัพเป็นประจำ และนี่คือ 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร ราชันย์ ชุดขาว มาดูว่ามีใครบ้าง

เรอัล มาดริด

1990–1992 ค่าตัว 3.66 ล้านปอนด์
1. จอร์จี้ ฮาจี้ ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติโรมาเนีย หลังจากโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับสเตอัว
บูคาเรสต์ทีมในลีกประเทศโรมาเนียจนพาทีมคว้าแชมป์ลีกโรมาเนียถึง 3 สมัย และหลังกลับมาจากการพาโรมาเนียเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 1990 ก็ถูก มาดริด ซื้อตัวเข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นกว่า 3.66 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดได้ 2 ฤดูกาล ลงสนามไป 84 เกม ยิงไป 20 ประตู ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้เลย จนต้องถูกปล่อยตัวออกไปในปี 1992

เรอัล มาดริด

1991–1994 ค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์
2. โรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จพาเรด สตาร์
เบลเกรดคว้าแชมป์ลีกยูโกสลาเวีย 3 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 1 สมัย ก็ถูกมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 6.8 ล้านปอนด์ในปี 1991 ค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นฤดูกาลแรกที่เล่นให้มาดริดมีปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ได้ลงสนามไปเพียง 5 เกม หลังจากหายเจ็บกลับมาสามารถโชว์ผลงานให้มาดริดได้ดีระดับหนึ่งแต่ถ้าเทียบกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มซื้อมาถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังทำได้ดีที่สุดคือการพามาดริดคว้าแชมป์โคปป้า เดอ เรย์ 1 สมัยเท่านั้น
สุดท้ายต้องถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในปี 1994

เรอัล มาดริด

1994–1996 ค่าตัว 8.16 ล้านปอนด์
3. ไมเคิล เลาดรู๊ป ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติเดนมาร์ก ก่อนย้ายมาร่วมทีมเรอัลมาดริดเคยผ่านการค้าแข้งกับทีมชั้นนำมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นลาซิโอ ยูเวนตุส และคู่ปรับร่วมลีกตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นสโมสรที่สร้างความความสำเร็จสูงสุดให้กับเขาโดยย้ายมาร่วมทีมบาร์ซ่าในปี 1989 สามารถพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึง 4 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพอีก 1 สมัย
แต่จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างเขากับโยฮัน ครัฟฟ์ผู้จัดการทีมบาร์ซ่าในขณะนั้น ทำให้ในปี 1994 เลาดรู๊ปตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมถูกมาดริดโดยมีการประมาณการค่าตัวการย้ายทีมที่ประมาณ 8.16 ล้านปอนด์ซึ่งค่าตัวถือเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น อยู่ค้าแข้งกับมาดริด 2 ฤดูกาล ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกามาได้ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1996–1999 ค่าตัว 11.9 ล้านปอนด์
4. เพรดรัก มิจาโตวิช อดีตกองหน้าทีมชาติยูโกสลาเวีย เริ่มโด่งดังสมัยค้าแข้งกับปาร์ติซานสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกยูโกส ลาเวียในปี 1993 ในฤดูกาลถัดมาย้ายมาร่วมทีมบาเลนเซีย
ลงสนามในลีกไป 104 เกม ยิงไปถึง 56 ประตู แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้แต่มิจาโตวิชสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะฤดูกาล 1995-96 ยิงในลีกไปถึง 28 ประตู จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมลาลีกา และฤดูกาลถัดมาก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรกว่า 11.9 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดจนถึงปี 1999 ลงสนามในลีกไป 90 เกม ยิงไป 30 ประตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างละ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1999–2000 ค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์
5. นิโคลา อเนลก้า อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส จัดเป็นกองหน้าจอมเทคนิค มีทั้งความเร็วและความคมเริ่มโด่งดังในสมัยค้าให้กับอาร์เซนอลหลังจากพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 1998 ก็ถูกเรอัล มาดริด ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 22.5 ล้านปอนด์คว้าตัวกองหน้าวัย 20 ปีมาร่วมทีมในปี 1999 แต่น่าเสียดายอเนลก้ากลับทำผลงานได้ไม่คุ้มกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มไป จบฤดูกาลยิงประตูในลีกได้เพียง 2 ประตู จากการลงสนาม 19 เกม ต้องรับสภาพศูนย์หน้าตีนบอดไปโดยปริยายหลังจากจบฤดูกาลก็ถูกปล่อยตัวออกไปให้อดีตต้นสังกัดเดิมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 

 

เรอัล มาดริด

2000–2005 ค่าตัว 37 ล้านปอนด์
6. หลุยส์ ฟิโก้ อดีตปีกทีมชาติโปรตุเกส ถือเป็นตำนานนักเตะจอมเทคนิคและหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งในขณะนั้น จนได้รับรางวัลบัลลง ดอร์ ในปี 2000 ก่อนจะมาร่วมทีมกับมาดริดเคยค้าแข้งกับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า ช่วยพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีกาถึง 2 สมัยจนกระทั่งปี 2000 ย้ายเป็นเล่นให้มาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 37 ล้านปอนด์ จนสร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมากสมัยเล่นให้มาดริดได้มีโอกาสเล่นร่วมกับตำนานนักเตะอย่าง ซีเนอดิน ซีดาน, เดวิด เบ็คแฮม จนพามาดริดคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2005 และ แขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2001–2006 ค่าตัว 46.6 ล้านปอนด์
7. ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากพาทีมม้าลายยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกปี 1998 จนได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีดังกล่าว ก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2001 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกกว่า 46.6 ล้าน ปอนด์ แม้จะย้ายมาร่วมทีมในวัยเกือบ 30 ปี แล้วแต่ซีดานกลับยังคงรักษาฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของตัวเองจนพาทีมคว้าแชมป์แลาลีกาและยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย และแขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2009–2013 ค่าตัว 56 ล้านปอนด์
8. กาก้า มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติบราซิลหลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับเอซี มิลานและเป็นจอมทัพในการพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย จนตัวเขาคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ในปี 2007 หลังจากนั้นในปี 2009 ก็ถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 56 ล้านปอนด์ แม้ฟอร์มการเล่นกับมาดริดจะไม่เป็นที่พึงพอใจสมกับค่าตัวเท่าใดนักและมักจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งแต่เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขามีส่วนร่วมกับทีมมากที่สุดตั้งแต่ย้ายมา

เรอัล มาดริด

2009-ปัจจุบัน ค่าตัว 80 ล้านปอนด์
9. คริสเตียโน โรนัลโด้ ยอดนักเตะหมายเลข 1 ของโลกคนปัจจุบันและเจ้าของบัลลงดอร์ปีล่าสุด
หลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถพาแมนยูฯ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัยและแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย หลังจากนั้นก็ถูกมาดริด
ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 80 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2009 โชว์ผลงานการลากเลื้อยและยิงประตูอย่างถล่มทลายคุ้มกับค่าตัวมากๆ เรียกได้ว่าต่อให้มาดริดซื้อมา 100 ล้าน ปอนด์ยังไงก็ยังคุ้มโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 367 เกม ยิงไปถึง 380 ประตู จนเป็นนักเตะที่ยิงประตูให้มาดริดมากที่สุดตลอดกาลและช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย และตั้งแต่ย้ายมาเล่นมาดริดโรนัลโด้สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกถึง 3 สมัย

เรอัล มาดริด

2013-ปัจจุบัน ค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์
10. แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรเรอัล มาดริดในปัจจุบันหลังจากโชว์ผลงานการลากเลื้อยอันยอดเยี่ยมกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปี 2013 ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 85.3 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งเขาก็สามารถทำผลงานตอบแทนมาดริดได้อย่างดีทีเดียวโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 139 เกม ยิงไปถึง 65 ประตู สามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย แต่อย่างไรก็ตามการจะเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เบลควรคว้าแชมป์ลาลีกากับมาดริดให้ได้สักครั้งซึ่งฤดูกาลนี้มีโอกาสอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่เขาจะทำได้เนื่องจากมาดริดมีแต้มนำทีมคู่ปรับอย่างบาร์เซโลน่าอยู่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ไม่ล้มเลิก! เรอัล มาดริด กลับลำจ่อยื่นข้อเสนอล่าตัว เด เคอา 46 ล้านปอนด์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวเตรียมกลับมายื่นข้อเสนอล่าตัว ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เตรียมกลับมาพยายามคว้าตัว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนของ ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

เรอัล มาดริด

มาดริด เคยล้มเหลวในการคว้าตัว เดเคอา เมื่อปี 2015 แบบหวุดหวิดในนาทีสุดท้ายแต่พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเป็นที่เชื่อกันว่าซีเนดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาวยอมรับสภาพแล้วว่าทีมไม่สามารถคว้าตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าดาวรุ่งของโมนาโกมาร่วมทีมได้ในซัมเมอร์นี้ ทำให้ เด เคอา กลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของเขาทันที

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ชุดขาว กำลังเตรียมพร้อมยื่นข้อเสนอ 46 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อตัว เด เคอา และพวกเขาหวังว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเพียงพอที่จะโน้มน้าวปิศาจแดงปล่อยแข้งรายนี้

ทางด้าน อันเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์คนสำคัญ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ออกมายอมรับว่าหาก ดาบิด เด เคอา จอมหนึบเพื่อนร่วมทีมย้ายซบอก เรอัล มาดริด จะเกิดเรื่องหายนะแน่นอน เพราะโกลวัย 26 ปีเป็นเพื่อนซี้ปึ้กและจะเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “เร้ด เดวิลส์” ประสบความสำเร็จในอนาคต

นายด่านทีมชาติสเปน วัย 26 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับต้นสังกัดตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านๆ มาและสถาปนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในโกลที่ดีที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ยังต้องการโน้มน้าวใจให้นักเตะโยกไปอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก่อนซีซั่นใหม่จะเปิดฉากขึ้น และ เอร์เรร่า ก็หวังว่า เด เคอา จะอยู่กับทีมต่อไป

“ผมพูดย้ำกับตัวเองอยู่ทุกวันเขาเป็นผู้รักษาประตูที่สามารถทำให้ทีมได้แต้มนั่นถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ”

“ผมอยากรั้งตัวเขาไว้ที่นี่ และเล่นกับเขาเพราะเขาเป็นผู้รักษาประตูที่น่าทึ่ง และเป็นเพื่อนของผมด้วย ผมคิดว่าคุณสามารถเห็นเขามุ่งมั่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ”

“ถ้าคุณเสีย 3 นักเตะตัวหลักในตำแหน่งใดก็ตามอย่าง ดาบิด, ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มันก็จะเกิดปัญหา”

“เราอยากไม่เสียพวกเขาไป เราอยากรั้งตัวพวกเขาเอาไว้ และ ดาบิด อยู่ใน 3 นักเตะตัวหลัก สำหรับผมแล้ว เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกดังนั้น ผมจึงอยากรั้งเขาไว้ที่นี่กับ ยูไนเต็ด” อดีตแข้ง แอธเลติก บิลเบา ทิ้งท้าย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

มาดริด สโมสรยังได้รับรางวัลที่ดีที่สุดของสโมสรยุโรปของศตวรรษที่ 20

เรอัล มาดริด ทีมประสบความสำเร็จในการเป็นสโมสรแรกที่ชนะกลับไปกลับแชมเปี้ยนส์ลีกขยายนำของพวกเขาบนยูฟ่าจัดอันดับสโมสร

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลาลีกา สเปน มีสนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบวอันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด มาดริดเป็นสโมสรที่มีหุ้นส่วน (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902

เรอัล มาดริด

ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัยซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [6] มีเพียงโทรฟียุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับอาเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983

มาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007[7] และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย[8]
เรอัลมาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 2-1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ราชันย์สนามหญ้า! มาดริด เจ้าแห่งวงการลูกหนังแห่ง ลาลีกา

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ราชันชุดขาว เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน

เรอัล มาดริด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1902 เล่นใน ลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 33 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น
เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย

เรอัล มาดริด

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของโครงการสถาบันการศึกษาเสรีพวกเขารวมตัวกันสร้างสโมสร ฟุตบอลคลับสกาย ขึ้นในปี ค.ศ.1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ย่านมองโกลอา

สโมสรฟุตบอลมาดริดกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร อาดอลโฟ เมเลนเดซ ได้ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมอยู่หลายแห่ง ในปี ค.ศ.1912 สโมสรก็ได้เปิดใช้สนามของตนเองเป็นครั้งแรกที่กัมโปเดโอโดเนล (Campo de O’Donnell) [11] และในปี ค.ศ. 1920 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น เรอัลมาดริด

ในปี ค.ศ.1929 ได้มีการก่อตั้งระบบการแข่งขันระหว่างสโมสรในสเปนขึ้นเป็นครั้งแรก เรอัล มาดริดสามารถครองอันดับที่ 1 มาตลอดในช่วงนัดแรกของฤดูกาลจนมาถึงนัดสุดท้ายซึ่งแพ้ให้กับแอทเลติกบิลบาโอทำให้สโมสรได้แค่อันดับที่ 2 และพลาดตำแหน่งแชมป์ให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเรอัลมาดริดสามารถได้แชมป์ลีกสเปนได้ครั้งแรกในฤดูกาล 1931-1932
และในปีถัดมาพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ในปี ค.ศ. 2006 สโมสรได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่แทนเปเรซคือ รามอนกัลเดรอน และสโมสรสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในรายการลาลีกาต่อมาในปี ค.ศ.2007 สโมสรก็ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งหลังจากที่กาเปลโลอยู่กับสโมสรเพียงฤดูกาลเดียว ด้วยการเซ็นสัญญากับ แบรนด์ ชูสเตอร์ อดีตผู้เล่นชื่อดังในช่วงทศวรรษที่ 1980 ของสโมสร และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนกาเปลโลโดยชูสเตอร์ได้ซื้อผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์และทักษะที่ดีมากมายชูสเตอร์นำสโมสรไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ไม่ค่อยดีนนักโดยตกรอบสิบหกทีมสุดท้ายด้วยการปราชัยให้แก่โรม่าจากอิตาลี ไป 4-2 แต่กลับทำผลงานในลีกได้อย่างดีด้วยการนำสโมสรไม่แพ้ใครมา 9 นัดติดในช่วงก่อนเก้านัดสุดท้ายก่อนจบฤดูกาลแล้วคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสรไปได้

ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2008-09 ชูสเตอร์สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ด้วยการชนะสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ไป 6-5. แต่แล้วชูสเตอร์ก็ถูกไล่ออกจากการผู้จัดการทีมโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางสโมสรจึงแต่งตั้งให้ ควนเต ราโมส เป็นผู้จัดการทีมแต่ราโมสก็ไม่สามารถนำสโมสรประสบความสำเร็จมากซึ่งในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ก็ปราชัยให้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ไป 5-0 ในรอบสิบหกทีมสุดท้ายและผลงานในลีกก็ทำได้แค่จบอันดับ 2 ซึ่งก็ทำให้ราโมสโดนไล่ออกไป

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เรอัล มาดริด สโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในสเปน

เรอัล มาดริด สุดยอดสโมสรฟุตบอลแห่ง ลาลีกา สเปน ยักษ์ใหญ่ที่ยากที่จะหาทีมใดมาล้มได้ เป็นสโมสรที่แข้งระดับโลกหลายคนอยากมาค้าแข้งในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่ง เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปนตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นในลาลีกาและเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ ลาลีกา ได้ทั้งสิ้น 31 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย

เรอัล มาดริด

สนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบวอันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด มาดริดเป็นสโมสรที่มีหุ้นส่วน (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 ซึ่งแตกต่างกับสโมสรส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ฟีฟ่าได้จัดว่าเรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัยซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [6] มีเพียงโทรฟียุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับอาเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983

มาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007 และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย

มาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ.2005) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 2-1 ประตู

ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2015 สโมสรได้แต่งตั้งราฟาเอล เบนิเตซ ผู้ที่เคยพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี ค.ศ. 2005 เข้ามาคุมทีมแต่ปรากฏว่าทำผลงานได้ย่ำแย่มาก โดยชนะแค่ 11 จาก 18 นัดในการคุมทีมตลอด 7 เดือน ทำให้เบนิเตซถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 5
มกราคม ค.ศ. 2016 และได้แต่งตั้ง ซีเนอดีน ซีดานซึ่งในชณะนั้นคุมทีมสำรองอยู่เข้ามาคุมทีมแทนและสามารถพาทีมบุกไปชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ได้ถึงถิ่นกัมนอว์คว้ารองแชมป์ลาลีกาโดยที่มีคะแนนตามบาร์เซโลน่าเพียงคะแนนเดียวและสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ หลังดวลจุดโทษชนะแอตเลติโกมาดริด คู่ปรับเก่าในปี ค.ศ. 2014 ไปได้ 5-3 หลังในเวลา 90
นาทีเสมอกัน 1-1 ในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คู่กัดตลอดกาล! “เอล กลาซิโก้” ศึกที่มันส์ที่สุดระหว่าง มาดริด ปะทะ บาร์ซ่า

เรอัล มาดริด ปะทะ บาร์เซโลน่า แค่ได้ยินชื่อสโมสรก็มันส์แล้ว ศึกนี้ทุกครั้งมักจะเป็นที่น่าสนใจของแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะในลีกของ ลาลีกา ลีกยอดนิยมของประเทศสเปน

เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด เศรษฐีแห่งศึก ลาลีกา ที่รวบรวมเหล่าแข้งระดับโลกไว้มากมาย โคจรมา
พบกับ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน ซึ่งเมื่อไหร่คู่นี้ได้พบกัน เป็นอันสนามมีเดือด
อย่างแน่นอน

5 เกม “เอล กลาซิโก้” ตัดสินแชมป์ลา ลีกา ฤดูกาลที่แล้ว “ราชันชุดขาว” เปิดบ้านโดน
“เจ้าบุญทุ่ม” บุกมาวินาศกรรมยับ 4-0 และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ ราฟาเอล เบนิเตซ
ต้องถูกปลด แล้วแต่งตั้งอดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสมารับหน้าที่เฮดโค้ชแทน เมื่อช่วง
ต้นปีที่แล้ว

แต่ในบางครั้ง ศึก “เอล กลาซิโก้” จะลงเล่นในช่วงท้ายๆซีซั่นเสมือนการตัดสินแชมป์กลายๆ
ทีมที่เก็บชัยชนะ มักจะเป็นฝ่ายที่สุขสมหวังคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

ก่อนลงสนามในคืนนี้ มาดริด มีคะแนนนำบาร์เซโลน่า 3 คะแนน และลงเตะน้อยกว่า 1 นัด ถ้าหากทีมของซีดาน เก็บชัยได้สำเร็จจะหนีเป็น 6 แต้ม แถมได้เปรียบเรื่องกฏเฮด-ทู- เฮด
อีกต่างหาก นั่นอาจทำให้ ยักษ์ใหญ่จากเมืองกรุงมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสเปนเป็นครั้งแรกใน
รอบ 5 ปี นับตั้งแต่ซีซั่น 2011-12 สูงมากเลยทีเดียว

ดังนั้น ในคอลัมน์วันนี้ เราจะพาทุกท่าน ไปย้อนอดีต 5 เกมประวัติศาสตร์ ของคู่ปรับตลอดกาล
ที่อาจมีผลต่อการตัดสินแชมป์ลีกแดนกระทิงดุ กันเลยครับ

บาร์เซโลน่า 3-1 เรอัล มาดริด (มีนาคม 1960)
ก่อนบุกเยือนคัมป์ นู “ราชันชุดขาว” มีแต้มนำบาร์ซ่าอยู่ 2 คะแนน ในช่วงกลางเดือนมีนาคม
เกมนี้ถูกบาร์ซ่า ขึ้นนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจากแซนเดอร์ โคซิส แต่ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ยอดนักเตะในยุคนั้นก็ตามตีเสมอในอีก 8 นาทีถัดมาดูเหมือนเรอัลจะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ ทว่าเจ้าบ้านสร้างความมหัศจรรย์ ยิง 2 ประตู ในช่วงเวลา 2 นาที จากผลงานของ อูโลจิโอ้ มาร์ติเนซ และราม่อน บียาเบอร์เด้ และจบฤดูกาลนั้น “เจ้าบุญทุ่ม” เป็นฝ่ายที่ได้ชูโทรฟี่ลีกสูงสุด
แถมเป็นการป้องกันแชมป์อีกต่างหาก ด้วยการมีแต้มมากกว่าคู่ปรับ 2 คะแนน

เรอัล มาดริด 0-1 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 1994)
ในฤดูกาล 1993-94 เรอัล ลงเล่นเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลพบกับผู้มาเยือนจากคาตาลัน และถึงแม้ทีมชุดขาวจะไม่มีลุ้นแชมป์ลีกแต่หวังจะใช้นัดนี้ ขัดขวางไม่ให้ทีมคู่ปรับตลอดชาติก้าวไปคว้าแชมป์ เจ้าบ้านพยายามสุดชีวิตแล้ว แต่แฟนๆ มาดรินิสต้า ก็ต้องเงียบกริบเมื่อ
กิลแลร์โม อามอร์ ยิงประตูชัยแล้วเจ้าตัวถึงขั้นลงไปนอนสะใจหลังทำประตูได้ บาร์ซ่าเก็บ 3 แต้มสำเร็จ ยังได้ลุ้นแชมป์กับเดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ในนัดสุดท้ายซึ่งในเกมปิดซีซั่น “เจ้าบุญทุ่ม” ยิง 4 ลูกรวด แซงชนะเซบีญ่า 5-2 ขณะที่ลา คอรุนญ่า ได้แค่เจ๊าบาเลนเซีย 0-0 ทำให้บาร์เซโลน่า
คว้าแชมป์ลีก 4 ปีซ้อน ด้วยกฏเฮด-ทู- เฮด ที่เหนือกว่า “ซูเปอร์เดปอร์”

เรอัล มาดริด 2-6 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 2009)
ทั้งคู่พบกันในนัดที่ 34 ของฤดูกาล 2008-09 บาร์ซ่า มีคะแนนนำอยู่ 4 แต้มก่อนลงเตะ
“เอล กลาซิโก้” ซึ่งเรอัล ต้องพยายามเอาชนะให้ได้เพื่อให้การลุ้นแชมป์สนุกมากยิ่งขึ้น
ทว่าเกมนี้ ไม่ใช่วันของสาวกมาดรินิสต้าอย่างแท้จริงนักเตะบาร์ซ่าชุดนั้น มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่า
คุมทีมเป็นซีซั่นแรก แข็งแกร่งสุดๆ บุกมายิงเจ้าของบ้านไส้แตกถึงครึ่งโหล ทำให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ฉีกหนีเป็น 7 คะแนน และเหลือโปรแกรมอีก 4 นัด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ทีมของกวาร์ดิโอล่า เก็บได้แค่ 2 แต้ม
จาก 4 นัด แต่เรอัล มาดริด ห่วยยิ่งกว่า แพ้มันทั้งหมด ส่งผลให้บาร์เซโลน่าทวงแชมป์คืนจาก
เรอัล มาดริด ได้สำเร็จ แถมคว้า “เทรบเบิล” เป็นสโมสรแรกของประเทศอีกด้วย

เรอัล มาดริด 0-2 บาร์เซโลน่า (เมษายน 2010)
หลังต้องทนเห็นคู่อริ เถลิง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร
เรอัล มาดริด จ่ายเงิน 200 ล้านยูโร ดึงนักเตะซุป’ ตาร์อย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้, ริคาร์โด้ กาก้า, คาริม เบนเซม่า และซาบี อลอนโซ่ มาร่วมทีม เกมกลาซิโก้ ยกสอง ในซีซั่น 2009-10 “ราชันชุดขาว” พยายามยิงประตู “เจ้าบุญทุ่ม” หลายครั้ง แต่เจาะอย่างไรก็ไม่เข้าเลยโดนลิโอเนล เมสซี่
และเปโดร โรดริเกซ ยิงคนละลูก แพ้คาบ้านอีกครั้งจากความพ่ายแพ้ในนัดสำคัญนี่แหละ
ทำให้บาร์เซโลน่าพลิกกลับมามีคะแนนมากกว่าเรอัล มาดริด 3 แต้ม และสามารถรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้จนปิดซีซั่น ป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง

บาร์เซโลน่า 1-2 เรอัล มาดริด (เมษายน 2012)
หลังจากปล่อยให้คู่ปรับไม่เผาผี ครองแชมป์ลา ลีกา มา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน คราวนี้เป็นทีของ
เรอัล มาดริด เอาคืนบ้าง ในยุคของโจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมาดกวน ก่อนหน้านี้ โค้ช 3 คน
ของ “ราชันชุดขาว” ไม่สามารถพาทีมเอาชนะ “เจ้าบุญทุ่ม” ยุคของเป๊ปได้เลย จนกระทั่งการ
มาของกุนซือชาวโปรตุกีสก็สามารถหยุดสถิติเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ ในเดือนเมษายน และนำห่าง 4 แต้มกับอีก 4 นัดที่เหลือสุดท้ายไม่มีอะไรพลิกผัน เรอัล มาดริด ทวงแชมป์ลาลีกากลับคืนมาได้สำเร็จ ยิงกระจายถึง 121 ประตู และเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ลาลีกา ที่เก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ตำนานที่ยังอยู่ในสนามของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยปีนี้เขาอธิบายว่าเป็นปีที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลดทีท่าหยิ่งทระนงลงไป

เรอัล มาดริด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดแข้งระดับโลกของ เรอัล มาดริด ได้เผยว่า เนื่องจาก
“ชีวิตของผมมันยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กล่าวอย่างยุติธรรมเขามีทุกสิ่งที่ต้องการหมดแล้วในปี 2016 ทั้งถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก, ถ้วยแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกส และสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 5 ปีกับชุดขาว

การประเมินระดับฝีเท้าของเขายังอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ปีนี้เขาเกือบจะทำประตูที่ 500 ในชีวิตได้แล้ว และในนามทีมชาติก็ยิงไป 68 ประตู เทียบเท่าสถิติของ เกิร์ด มุลเลอร์ และ ร็อบบี้ คีน ที่ทำไว้ก่อนหน้า

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้โรนัลโด้อายุมากขึ้นและเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง อย่างเห็นได้ชัด
ในกรณีนี้คือร่างกายของเขาต้องจ่ายให้กับการถูกใช้งานอย่างหนักมาเกิน กว่า 1 ทศวรรษ อย่างในยูโร 2016 ทั้งที่เขามีอาการบาดเจ็บก็ยังคงฝืนลงสนามแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งเกมจนทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายในฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเขาได้ยอมรับในภาพยนตร์สารคดี Ronaldo ว่าเขาไม่ควรฝืนลงเล่นเลย

บราซิลเป็นสถานที่ต้องดิ้นรนอย่างน่าทรมานของโรนัลโด้และแฟนบอลของเขา เขาต้องต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์กับสภาพอากาศ แต่ที่ฝรั่งเศสเขาและเพื่อนร่วมทีมจบลงอย่างมีความสุข ซึ่งก็คงต้องยกเครดิตให้เฟร์นันโด ซานโตส กับใช้เล่ห์เหลี่ยมและประสบการณ์โค้ชอันยอดเยี่ยม
พาทีมให้ประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่มีกัปตันทีมตัวเก่งอยู่ในสนามซานโตสใช้แผนการเล่น 4-4- 2 ที่ให้โรนัลโด้วิ่งน้อยที่สุดและให้เขาคอยสนับสนุนนานีอยู่ใกล้ๆ แทน

แต่คงไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016 ที่สนามแซงต์-เดนิส เมื่อโรนัลโด้เข้าปะทะกับ ดิมิทริ ปาเยต์ และเขายังพยายามเล่นอยู่ในสนามต่อไป ก่อนจะถูกหามออกไปทั้งน้ำตาในเกมวันนั้นของเขาจบลงที่ข้างสนามด้วยอารมณ์ที่รุนแรงพร้อมกับการแผดเสียงดังสนั่นอย่างเสียสติในช่วงต่อเวลาพิเศษมันเหมือนเป็นการยอมรับกับทีมอื่นๆ ว่าโรนัลโด้มีอิทธิพลสูงมากในโลก

ซึ่งคนในประเทศของเขารู้กันมานานแล้ว สำหรับท่าทีที่ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็นในครั้งนั้น
ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเล่นเพื่อชัยชนะของประเทศเพราะฟุตบอลยูโรสำหรับเขา
มันสำคัญสิ่งที่ยิ่งกว่าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกหรือบัลลงดอร์เสียอีกมันคือการทำความฝันที่ยาวนานให้เป็นจริงขึ้นมา

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เรอัล มาดริด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ราชันชุดขาว มหาเศรษฐีจาก ลา ลีกา

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรอัลมาดริด หรือ ราชันชุดขาว เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน

เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ สเปน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นใน ลา ลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 33 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัล มาดริด ยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอลมาดริดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้า
มาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของโครงการสถาบันการศึกษาเสรีพวกเขารวมตัวกันสร้างสโมสร ฟุตบอลคลับสกาย ขึ้นในปี ค.ศ.1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ย่านมองโกลอา

สโมสรฟุตบอลมาดริดกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร อาดอลโฟ เมเลนเดซ ได้ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมอยู่หลายแห่ง ในปี ค.ศ.1912 สโมสรก็ได้เปิดใช้สนามของตนเองเป็นครั้งแรกที่กัมโปเดโอโดเนล (Campo de O’Donnell) [11] และในปี
ค.ศ. 1920 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น เรอัลมา ดริด

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวที่จะพลาดข่าวสารบอล ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล ข่าวกีฬาอื่นๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ท่านเพียงติดตามเพจพวกเรา กดไลค์ กดแชร์ ไว้เลย รับประกันข่าวคุณภาพจะไปอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน

สุดยอดสโมสร! มาดริด เจ้าแห่งเวทียุโรปตัวจริง

เรอัล มาดริด มหาเศรษฐีแห่งเวที ลา ลีกา สเปน กับสถิติการคว้าแชมป์มากมายในเวทียุโรป

เรอัล มาดริด

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ทีมมหาอำนาจแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของ อินสตีตูซีชัน ลีแบร์ เดอ เอนเซนานซา ซึ่งรวมถึงนักคึกษาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจฺ์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆที่สำเร็จการศึกษา. พวกเขาร่วมตัวกันสร้างสโมสรฟุตบอลขึ้นในปีค.ศ. 1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ มอนโกลาและต่อมาได้มีการแยกตัวออกเป็น 2 สโมสรในปี ค.ศ. 1900

โดยสโมสรหลักของกรุงมาดริดที่ผู้คนนิยมสนับสนุนได้มีชื่อว่า นิว ฟุตบอล เด มาดริด และอีกสโมสรหนึ่งคือ กลุบ เอสปาญอล เดอ มาดริด ในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1902 หลังจากที่คณะกรรมการใหม่อย่าง ควน ปาดรอส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสดมสรคนแรกของสโมสรและเป็นวันที่ก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการ สามปีหลังหลังจากที่สโมสรมาดริดก่อตั้งขึ้นในปี
ค.ศ.1905สโมสรมาดริดสามารถชนะครั้งแรกในเกมส์การแข่งขันที่พบกับ แอทเลติกบิลบาโอ

ในการแข่งขันสเปนนิชคัพ รอบชิงชนะเลิศ. สโมสรก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลสเปนที่ได้เข้าร่วม สหพันธ์ฟุตบอลแห่งสเปน ในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร
อาโดลโฟ เมเลนเดซ ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากย้ายสนามของทีมไปอยู่ที่ “คัมป์โป เดอ ดอนเนลล์” ในปี ค.ศ. 1912 ในปี ค.ศ. 1920, สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น
“เรอัลมาดริด” หลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าอัลฟองโซที่ 13 แห่งสเปน รับตำแหน่ง (รอยัล) ของสโมสร

ในปี ค.ศ. 1955, ได้มีการแสดงความคิดเห็นที่เสนอโดยนักข่าวกีฬาฝรั่งเศสและบรรณาธิการของ กาเบรียล ฮานอต, เบร์นาเบว, เบดริกนาน และ กุสซตาฟ เซเบสสร้างการแข่งขันการจัดนิทรรศการของทีมได้รับเชิญจากทั่ว ยุโรปว่า ในที่สุดก็จะเป็นในสิ่งที่วันนี้เป็นที่รู้จักกัน
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก.

ภายใต้การแนะนำของเบร์นาเบวที่เรอัลมาดริดจัดตั้งตัวเองเป็นกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลสเปนและยุโรป.สโมสรสมารถชน ะเลิศและคว้าแชมป์ได้ 5 สมัยในช่วงปี 1956 ถึง 1960 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ชนะ ไอน์ทรัต แฟรงค์เฟิร์ต 7-3 ที่แฮมป์เดนพาร์ก ในปีค.ศ. 1960 หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ห้าสมัยติดต่อกันจริงอย่างถาวรทำให้สโมสรได้รับรางวัลถ้วยเดิมและได้ รับสิทธิในการสวมใส่ เกียรติตรายูฟ่า สโมสรสามารถคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่หกได้ในปี ค.ศ.1966 ด้วยการชนะ พาร์ทีซาน เบลกราเด ไป 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็นครั้งที่สโมสรส่งผู้เล่นสัญชาติสเปนทั้งหมดลงทำการแข่งขัน

ซึ่งหลังจากผ่านยุคนั้นมา พวกเขายังคงเป็นเจ้ายุโรปตัวจริงเมื่อเป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์
ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้ 12 สมัย ซึ่งมากที่สุดในตอนนี้

แฟนบอลทุกท่านสามารถติดตาม ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอล ไฮไลท์ฟุตบอล จากเพจพวกเราได้ เพียงแค่ ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจพวกเราไว้ เท่านี้ก็จะไม่พลาดข่าวสารใหม่ๆ จากเพจของพวกเราอย่างแน่นอน