Tag Archives: คริสเตียโน่ โรนัลโด้

10 แข้งดังที่ย้ายซบ เรอัล มาดริด โดยค่าตัวที่ทำลายสถิติสโมสร

กาลาตีกอสเป็นฉายาของ เรอัล มาดริด ที่มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำระดับโลกมาร่วมทีมมากมายและเราจะมาดูนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมมาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร

เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่โด่งดังทั่วโลกแห่งศึก ลา ลีกา และในเรื่องที่กวาดซื้อแต่ซุปเปอร์สตาร์เข้าร่วมทัพเป็นประจำ และนี่คือ 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร ราชันย์ ชุดขาว มาดูว่ามีใครบ้าง

เรอัล มาดริด

1990–1992 ค่าตัว 3.66 ล้านปอนด์
1. จอร์จี้ ฮาจี้ ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติโรมาเนีย หลังจากโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับสเตอัว
บูคาเรสต์ทีมในลีกประเทศโรมาเนียจนพาทีมคว้าแชมป์ลีกโรมาเนียถึง 3 สมัย และหลังกลับมาจากการพาโรมาเนียเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 1990 ก็ถูก มาดริด ซื้อตัวเข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นกว่า 3.66 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดได้ 2 ฤดูกาล ลงสนามไป 84 เกม ยิงไป 20 ประตู ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้เลย จนต้องถูกปล่อยตัวออกไปในปี 1992

เรอัล มาดริด

1991–1994 ค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์
2. โรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จพาเรด สตาร์
เบลเกรดคว้าแชมป์ลีกยูโกสลาเวีย 3 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 1 สมัย ก็ถูกมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 6.8 ล้านปอนด์ในปี 1991 ค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นฤดูกาลแรกที่เล่นให้มาดริดมีปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ได้ลงสนามไปเพียง 5 เกม หลังจากหายเจ็บกลับมาสามารถโชว์ผลงานให้มาดริดได้ดีระดับหนึ่งแต่ถ้าเทียบกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มซื้อมาถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังทำได้ดีที่สุดคือการพามาดริดคว้าแชมป์โคปป้า เดอ เรย์ 1 สมัยเท่านั้น
สุดท้ายต้องถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในปี 1994

เรอัล มาดริด

1994–1996 ค่าตัว 8.16 ล้านปอนด์
3. ไมเคิล เลาดรู๊ป ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติเดนมาร์ก ก่อนย้ายมาร่วมทีมเรอัลมาดริดเคยผ่านการค้าแข้งกับทีมชั้นนำมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นลาซิโอ ยูเวนตุส และคู่ปรับร่วมลีกตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นสโมสรที่สร้างความความสำเร็จสูงสุดให้กับเขาโดยย้ายมาร่วมทีมบาร์ซ่าในปี 1989 สามารถพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึง 4 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพอีก 1 สมัย
แต่จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างเขากับโยฮัน ครัฟฟ์ผู้จัดการทีมบาร์ซ่าในขณะนั้น ทำให้ในปี 1994 เลาดรู๊ปตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมถูกมาดริดโดยมีการประมาณการค่าตัวการย้ายทีมที่ประมาณ 8.16 ล้านปอนด์ซึ่งค่าตัวถือเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น อยู่ค้าแข้งกับมาดริด 2 ฤดูกาล ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกามาได้ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1996–1999 ค่าตัว 11.9 ล้านปอนด์
4. เพรดรัก มิจาโตวิช อดีตกองหน้าทีมชาติยูโกสลาเวีย เริ่มโด่งดังสมัยค้าแข้งกับปาร์ติซานสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกยูโกส ลาเวียในปี 1993 ในฤดูกาลถัดมาย้ายมาร่วมทีมบาเลนเซีย
ลงสนามในลีกไป 104 เกม ยิงไปถึง 56 ประตู แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้แต่มิจาโตวิชสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะฤดูกาล 1995-96 ยิงในลีกไปถึง 28 ประตู จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมลาลีกา และฤดูกาลถัดมาก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรกว่า 11.9 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดจนถึงปี 1999 ลงสนามในลีกไป 90 เกม ยิงไป 30 ประตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างละ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1999–2000 ค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์
5. นิโคลา อเนลก้า อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส จัดเป็นกองหน้าจอมเทคนิค มีทั้งความเร็วและความคมเริ่มโด่งดังในสมัยค้าให้กับอาร์เซนอลหลังจากพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 1998 ก็ถูกเรอัล มาดริด ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 22.5 ล้านปอนด์คว้าตัวกองหน้าวัย 20 ปีมาร่วมทีมในปี 1999 แต่น่าเสียดายอเนลก้ากลับทำผลงานได้ไม่คุ้มกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มไป จบฤดูกาลยิงประตูในลีกได้เพียง 2 ประตู จากการลงสนาม 19 เกม ต้องรับสภาพศูนย์หน้าตีนบอดไปโดยปริยายหลังจากจบฤดูกาลก็ถูกปล่อยตัวออกไปให้อดีตต้นสังกัดเดิมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 

 

เรอัล มาดริด

2000–2005 ค่าตัว 37 ล้านปอนด์
6. หลุยส์ ฟิโก้ อดีตปีกทีมชาติโปรตุเกส ถือเป็นตำนานนักเตะจอมเทคนิคและหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งในขณะนั้น จนได้รับรางวัลบัลลง ดอร์ ในปี 2000 ก่อนจะมาร่วมทีมกับมาดริดเคยค้าแข้งกับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า ช่วยพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีกาถึง 2 สมัยจนกระทั่งปี 2000 ย้ายเป็นเล่นให้มาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 37 ล้านปอนด์ จนสร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมากสมัยเล่นให้มาดริดได้มีโอกาสเล่นร่วมกับตำนานนักเตะอย่าง ซีเนอดิน ซีดาน, เดวิด เบ็คแฮม จนพามาดริดคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2005 และ แขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2001–2006 ค่าตัว 46.6 ล้านปอนด์
7. ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากพาทีมม้าลายยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกปี 1998 จนได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีดังกล่าว ก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2001 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกกว่า 46.6 ล้าน ปอนด์ แม้จะย้ายมาร่วมทีมในวัยเกือบ 30 ปี แล้วแต่ซีดานกลับยังคงรักษาฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของตัวเองจนพาทีมคว้าแชมป์แลาลีกาและยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย และแขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2009–2013 ค่าตัว 56 ล้านปอนด์
8. กาก้า มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติบราซิลหลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับเอซี มิลานและเป็นจอมทัพในการพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย จนตัวเขาคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ในปี 2007 หลังจากนั้นในปี 2009 ก็ถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 56 ล้านปอนด์ แม้ฟอร์มการเล่นกับมาดริดจะไม่เป็นที่พึงพอใจสมกับค่าตัวเท่าใดนักและมักจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งแต่เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขามีส่วนร่วมกับทีมมากที่สุดตั้งแต่ย้ายมา

เรอัล มาดริด

2009-ปัจจุบัน ค่าตัว 80 ล้านปอนด์
9. คริสเตียโน โรนัลโด้ ยอดนักเตะหมายเลข 1 ของโลกคนปัจจุบันและเจ้าของบัลลงดอร์ปีล่าสุด
หลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถพาแมนยูฯ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัยและแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย หลังจากนั้นก็ถูกมาดริด
ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 80 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2009 โชว์ผลงานการลากเลื้อยและยิงประตูอย่างถล่มทลายคุ้มกับค่าตัวมากๆ เรียกได้ว่าต่อให้มาดริดซื้อมา 100 ล้าน ปอนด์ยังไงก็ยังคุ้มโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 367 เกม ยิงไปถึง 380 ประตู จนเป็นนักเตะที่ยิงประตูให้มาดริดมากที่สุดตลอดกาลและช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย และตั้งแต่ย้ายมาเล่นมาดริดโรนัลโด้สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกถึง 3 สมัย

เรอัล มาดริด

2013-ปัจจุบัน ค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์
10. แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรเรอัล มาดริดในปัจจุบันหลังจากโชว์ผลงานการลากเลื้อยอันยอดเยี่ยมกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปี 2013 ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 85.3 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งเขาก็สามารถทำผลงานตอบแทนมาดริดได้อย่างดีทีเดียวโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 139 เกม ยิงไปถึง 65 ประตู สามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย แต่อย่างไรก็ตามการจะเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เบลควรคว้าแชมป์ลาลีกากับมาดริดให้ได้สักครั้งซึ่งฤดูกาลนี้มีโอกาสอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่เขาจะทำได้เนื่องจากมาดริดมีแต้มนำทีมคู่ปรับอย่างบาร์เซโลน่าอยู่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ตำนานที่ยังอยู่ในสนามของ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยปีนี้เขาอธิบายว่าเป็นปีที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลดทีท่าหยิ่งทระนงลงไป

เรอัล มาดริด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สุดยอดแข้งระดับโลกของ เรอัล มาดริด ได้เผยว่า เนื่องจาก
“ชีวิตของผมมันยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กล่าวอย่างยุติธรรมเขามีทุกสิ่งที่ต้องการหมดแล้วในปี 2016 ทั้งถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก, ถ้วยแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกส และสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 5 ปีกับชุดขาว

การประเมินระดับฝีเท้าของเขายังอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ปีนี้เขาเกือบจะทำประตูที่ 500 ในชีวิตได้แล้ว และในนามทีมชาติก็ยิงไป 68 ประตู เทียบเท่าสถิติของ เกิร์ด มุลเลอร์ และ ร็อบบี้ คีน ที่ทำไว้ก่อนหน้า

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้โรนัลโด้อายุมากขึ้นและเริ่มมีความเปลี่ยนแปลง อย่างเห็นได้ชัด
ในกรณีนี้คือร่างกายของเขาต้องจ่ายให้กับการถูกใช้งานอย่างหนักมาเกิน กว่า 1 ทศวรรษ อย่างในยูโร 2016 ทั้งที่เขามีอาการบาดเจ็บก็ยังคงฝืนลงสนามแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งเกมจนทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายในฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเขาได้ยอมรับในภาพยนตร์สารคดี Ronaldo ว่าเขาไม่ควรฝืนลงเล่นเลย

บราซิลเป็นสถานที่ต้องดิ้นรนอย่างน่าทรมานของโรนัลโด้และแฟนบอลของเขา เขาต้องต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์กับสภาพอากาศ แต่ที่ฝรั่งเศสเขาและเพื่อนร่วมทีมจบลงอย่างมีความสุข ซึ่งก็คงต้องยกเครดิตให้เฟร์นันโด ซานโตส กับใช้เล่ห์เหลี่ยมและประสบการณ์โค้ชอันยอดเยี่ยม
พาทีมให้ประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่มีกัปตันทีมตัวเก่งอยู่ในสนามซานโตสใช้แผนการเล่น 4-4- 2 ที่ให้โรนัลโด้วิ่งน้อยที่สุดและให้เขาคอยสนับสนุนนานีอยู่ใกล้ๆ แทน

แต่คงไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016 ที่สนามแซงต์-เดนิส เมื่อโรนัลโด้เข้าปะทะกับ ดิมิทริ ปาเยต์ และเขายังพยายามเล่นอยู่ในสนามต่อไป ก่อนจะถูกหามออกไปทั้งน้ำตาในเกมวันนั้นของเขาจบลงที่ข้างสนามด้วยอารมณ์ที่รุนแรงพร้อมกับการแผดเสียงดังสนั่นอย่างเสียสติในช่วงต่อเวลาพิเศษมันเหมือนเป็นการยอมรับกับทีมอื่นๆ ว่าโรนัลโด้มีอิทธิพลสูงมากในโลก

ซึ่งคนในประเทศของเขารู้กันมานานแล้ว สำหรับท่าทีที่ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็นในครั้งนั้น
ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเล่นเพื่อชัยชนะของประเทศเพราะฟุตบอลยูโรสำหรับเขา
มันสำคัญสิ่งที่ยิ่งกว่าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกหรือบัลลงดอร์เสียอีกมันคือการทำความฝันที่ยาวนานให้เป็นจริงขึ้นมา

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ