คู่กัดตลอดกาล! “เอล กลาซิโก้” ศึกที่มันส์ที่สุดระหว่าง มาดริด ปะทะ บาร์ซ่า

เรอัล มาดริด ปะทะ บาร์เซโลน่า แค่ได้ยินชื่อสโมสรก็มันส์แล้ว ศึกนี้ทุกครั้งมักจะเป็นที่น่าสนใจของแฟนบอลทั่วโลก โดยเฉพาะในลีกของ ลาลีกา ลีกยอดนิยมของประเทศสเปน

เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด เศรษฐีแห่งศึก ลาลีกา ที่รวบรวมเหล่าแข้งระดับโลกไว้มากมาย โคจรมา
พบกับ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน ซึ่งเมื่อไหร่คู่นี้ได้พบกัน เป็นอันสนามมีเดือด
อย่างแน่นอน

5 เกม “เอล กลาซิโก้” ตัดสินแชมป์ลา ลีกา ฤดูกาลที่แล้ว “ราชันชุดขาว” เปิดบ้านโดน
“เจ้าบุญทุ่ม” บุกมาวินาศกรรมยับ 4-0 และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ ราฟาเอล เบนิเตซ
ต้องถูกปลด แล้วแต่งตั้งอดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสมารับหน้าที่เฮดโค้ชแทน เมื่อช่วง
ต้นปีที่แล้ว

แต่ในบางครั้ง ศึก “เอล กลาซิโก้” จะลงเล่นในช่วงท้ายๆซีซั่นเสมือนการตัดสินแชมป์กลายๆ
ทีมที่เก็บชัยชนะ มักจะเป็นฝ่ายที่สุขสมหวังคว้าแชมป์ในบั้นปลาย

ก่อนลงสนามในคืนนี้ มาดริด มีคะแนนนำบาร์เซโลน่า 3 คะแนน และลงเตะน้อยกว่า 1 นัด ถ้าหากทีมของซีดาน เก็บชัยได้สำเร็จจะหนีเป็น 6 แต้ม แถมได้เปรียบเรื่องกฏเฮด-ทู- เฮด
อีกต่างหาก นั่นอาจทำให้ ยักษ์ใหญ่จากเมืองกรุงมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสเปนเป็นครั้งแรกใน
รอบ 5 ปี นับตั้งแต่ซีซั่น 2011-12 สูงมากเลยทีเดียว

ดังนั้น ในคอลัมน์วันนี้ เราจะพาทุกท่าน ไปย้อนอดีต 5 เกมประวัติศาสตร์ ของคู่ปรับตลอดกาล
ที่อาจมีผลต่อการตัดสินแชมป์ลีกแดนกระทิงดุ กันเลยครับ

บาร์เซโลน่า 3-1 เรอัล มาดริด (มีนาคม 1960)
ก่อนบุกเยือนคัมป์ นู “ราชันชุดขาว” มีแต้มนำบาร์ซ่าอยู่ 2 คะแนน ในช่วงกลางเดือนมีนาคม
เกมนี้ถูกบาร์ซ่า ขึ้นนำก่อนในช่วงต้นครึ่งหลังจากแซนเดอร์ โคซิส แต่ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ยอดนักเตะในยุคนั้นก็ตามตีเสมอในอีก 8 นาทีถัดมาดูเหมือนเรอัลจะกลับมาคุมสถานการณ์ได้ ทว่าเจ้าบ้านสร้างความมหัศจรรย์ ยิง 2 ประตู ในช่วงเวลา 2 นาที จากผลงานของ อูโลจิโอ้ มาร์ติเนซ และราม่อน บียาเบอร์เด้ และจบฤดูกาลนั้น “เจ้าบุญทุ่ม” เป็นฝ่ายที่ได้ชูโทรฟี่ลีกสูงสุด
แถมเป็นการป้องกันแชมป์อีกต่างหาก ด้วยการมีแต้มมากกว่าคู่ปรับ 2 คะแนน

เรอัล มาดริด 0-1 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 1994)
ในฤดูกาล 1993-94 เรอัล ลงเล่นเกมในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลพบกับผู้มาเยือนจากคาตาลัน และถึงแม้ทีมชุดขาวจะไม่มีลุ้นแชมป์ลีกแต่หวังจะใช้นัดนี้ ขัดขวางไม่ให้ทีมคู่ปรับตลอดชาติก้าวไปคว้าแชมป์ เจ้าบ้านพยายามสุดชีวิตแล้ว แต่แฟนๆ มาดรินิสต้า ก็ต้องเงียบกริบเมื่อ
กิลแลร์โม อามอร์ ยิงประตูชัยแล้วเจ้าตัวถึงขั้นลงไปนอนสะใจหลังทำประตูได้ บาร์ซ่าเก็บ 3 แต้มสำเร็จ ยังได้ลุ้นแชมป์กับเดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า ในนัดสุดท้ายซึ่งในเกมปิดซีซั่น “เจ้าบุญทุ่ม” ยิง 4 ลูกรวด แซงชนะเซบีญ่า 5-2 ขณะที่ลา คอรุนญ่า ได้แค่เจ๊าบาเลนเซีย 0-0 ทำให้บาร์เซโลน่า
คว้าแชมป์ลีก 4 ปีซ้อน ด้วยกฏเฮด-ทู- เฮด ที่เหนือกว่า “ซูเปอร์เดปอร์”

เรอัล มาดริด 2-6 บาร์เซโลน่า (พฤษภาคม 2009)
ทั้งคู่พบกันในนัดที่ 34 ของฤดูกาล 2008-09 บาร์ซ่า มีคะแนนนำอยู่ 4 แต้มก่อนลงเตะ
“เอล กลาซิโก้” ซึ่งเรอัล ต้องพยายามเอาชนะให้ได้เพื่อให้การลุ้นแชมป์สนุกมากยิ่งขึ้น
ทว่าเกมนี้ ไม่ใช่วันของสาวกมาดรินิสต้าอย่างแท้จริงนักเตะบาร์ซ่าชุดนั้น มีเป๊ป กวาร์ดิโอล่า
คุมทีมเป็นซีซั่นแรก แข็งแกร่งสุดๆ บุกมายิงเจ้าของบ้านไส้แตกถึงครึ่งโหล ทำให้ “เจ้าบุญทุ่ม” ฉีกหนีเป็น 7 คะแนน และเหลือโปรแกรมอีก 4 นัด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ทีมของกวาร์ดิโอล่า เก็บได้แค่ 2 แต้ม
จาก 4 นัด แต่เรอัล มาดริด ห่วยยิ่งกว่า แพ้มันทั้งหมด ส่งผลให้บาร์เซโลน่าทวงแชมป์คืนจาก
เรอัล มาดริด ได้สำเร็จ แถมคว้า “เทรบเบิล” เป็นสโมสรแรกของประเทศอีกด้วย

เรอัล มาดริด 0-2 บาร์เซโลน่า (เมษายน 2010)
หลังต้องทนเห็นคู่อริ เถลิง 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสร
เรอัล มาดริด จ่ายเงิน 200 ล้านยูโร ดึงนักเตะซุป’ ตาร์อย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้, ริคาร์โด้ กาก้า, คาริม เบนเซม่า และซาบี อลอนโซ่ มาร่วมทีม เกมกลาซิโก้ ยกสอง ในซีซั่น 2009-10 “ราชันชุดขาว” พยายามยิงประตู “เจ้าบุญทุ่ม” หลายครั้ง แต่เจาะอย่างไรก็ไม่เข้าเลยโดนลิโอเนล เมสซี่
และเปโดร โรดริเกซ ยิงคนละลูก แพ้คาบ้านอีกครั้งจากความพ่ายแพ้ในนัดสำคัญนี่แหละ
ทำให้บาร์เซโลน่าพลิกกลับมามีคะแนนมากกว่าเรอัล มาดริด 3 แต้ม และสามารถรักษาช่องว่างนี้ไว้ได้จนปิดซีซั่น ป้องกันแชมป์ได้อีกครั้ง

บาร์เซโลน่า 1-2 เรอัล มาดริด (เมษายน 2012)
หลังจากปล่อยให้คู่ปรับไม่เผาผี ครองแชมป์ลา ลีกา มา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน คราวนี้เป็นทีของ
เรอัล มาดริด เอาคืนบ้าง ในยุคของโจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมมาดกวน ก่อนหน้านี้ โค้ช 3 คน
ของ “ราชันชุดขาว” ไม่สามารถพาทีมเอาชนะ “เจ้าบุญทุ่ม” ยุคของเป๊ปได้เลย จนกระทั่งการ
มาของกุนซือชาวโปรตุกีสก็สามารถหยุดสถิติเลวร้ายนี้ได้สำเร็จ ในเดือนเมษายน และนำห่าง 4 แต้มกับอีก 4 นัดที่เหลือสุดท้ายไม่มีอะไรพลิกผัน เรอัล มาดริด ทวงแชมป์ลาลีกากลับคืนมาได้สำเร็จ ยิงกระจายถึง 121 ประตู และเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ลาลีกา ที่เก็บคะแนนได้ถึง 100 แต้ม

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอล ไฮไลท์ฟุตบอล นักฟุตบอลคนอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ