เฉียดตาย! “อเซนซิโอ” ยิงพา “ชุดขาว” รอดตายหวิดแบ่งแต้ม บาเลนเซีย

บาเลนเซียเกือบคว้า 3 แต้มไว้ในมือ ก่อนฟรีคิกในนาทีที่ 82 ของ มาร์โก อเซนซิโอ ช่วยให้ เรอัล มาดริด แบ่งแต้มสำเร็จ ในศึก ลา ลีกา สเปน

เรอัล มาดริด

ฟรีคิกในนาทีที่ 82 ของ มาร์โก อเซนซิโอ ช่วยให้ เรอัล มาดริด ตามตีเสมอบาเลนเซียแบบหืดจับ 2-2 ในเกมลา ลีกา สเปน ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เกมนี้ เจ้าถิ่นยังคงไร้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เซร์คิโอ รามอส 2 สตาร์ตัวเก่งที่ติดโทษแบน โดยใช้งาน แกเร็ธ เบล, มาร์โก อาเซนซิโอ และ คาริม เบนเซม่า เป็นอาวุธในแนวรุก ก่อนเกม มีการมอบถ้วยแชมป์ลา ลีกา ฤดูกาลที่แล้วให้ราชันชุดขาวด้วย

เล่นไปได้ 10 นาที แฟนเจ้าบ้านได้เฮก่อนจากจังหวะที่แนวรับค้างคาวจ่ายบอลพลาดกันเอง โฆเซ่ กาย่า แตะเข้ากลางให้ เจ็ฟฟรี่ย์ กงด็อกเบีย แต่แข้งฝรั่งเศสจับบอลไม่อยู่ บอลเลยไปถึง มาร์โก อเซนซิโอ ลากเข้าหาเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยซ้าย ส่งบอลเสียบเสาสองเด็ดขาด เรอัล มาดริดนำ 1-0

กระนั้น ค้างคาวทวงคืนสำเร็จ นาทีที่ 18 โฆเซ่ กาย่า ได้บอลทางฝั่งซ้ายก่อนม้วนหนีกองหลังแล้วแทงทะลุช่องให้ โตนี่ ลาโต้ ที่เติมขึ้นมาปาดเข้ากลาง การ์ลอส โซเลร์ สอดมาแปด้วยซ้ายเรียดเสียบเสาสองอย่างสวยงามสกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1

ทีมเยือนมาแซงนำ 2-1 ในนาทีที่ 77 โรดริโก้ โมเรโน่ ดีดบอลจากซ้ายเข้ากลางให้ เจ็ฟฟรี่ย์ กงด็อกเบีย วิ่งมาแปด้วยซ้าย ส่งบอลเสียบเสาแรกเฉียบขาด

อย่างไรก็ดี ราชันตายยาก นาทีที่ 82 โรดริโก้ โมเรโน่ ไปฟาวล์ มาเตโอ โควาซิช หน้าเขตโทษเยื้องทางขวา อาเซนซิโอ ปั่นด้วยซ้ายส่งบอลโค้งข้ามกำแพงเสียบเสาสอง ช่วยให้ เรอัล มาดริด ตามตีเสมอ 2-2

ช่วงทดเจ็บ เจ้าบ้านเกือบแซง ดาเนี่ยล การ์บาฆาล ตักบอลจากขวาเข้ากลาง คาริม เบนเซม่า ลอยตัวโหม่งจ่อๆ เนโต้ ปัดได้เหลือเชื่อ จบเกม เรอัล มาดริด เสมอบาเลนเซีย 2-2 เก็บแต้มในบ้านอย่างหวุดหวิด

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

เส้นทางสำเร็จ! “ชุดขาว” เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ในรอบ 5 ปี

หลังห่างเหินจากการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุมานานถึง 5 ปี ในที่สุด “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ก็ประกาศศักดาคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

เรอัล มาดริด ได้ทำแต้มนำหน้าและสามารถโค่นคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา ลงได้

เรอัล มาดริด

เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล เรอัล มาดริด ต้องยกพลบุกไปเยือนมาลากา ที่สนามลา โรซาเลดา ซึ่งนัดนี้ทีมราชันชุดขาวต้องการเพียงแค่ผลเสมอเท่านั้นก็จะผงาดคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาลนี้ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันของบาร์เซโลน่า

และแล้ว เรอัล มาดริดก็ทำได้สำเร็จด้วยการบุกมาถล่มเอาชนะมาลากา แบบสบายเกือก 2-0 จากการซัลโวคนละลูกของคริสเตียโน โรนัลโด และคาริม เบนเซมาส่งให้เรอัล มาดริด ผงาดคว้าแชมป์ลาลีกาไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2012 ด้วยการเฉือนชนะ “แชมป์เก่า” บาร์เซโลนา ที่เข้าป้ายอันดับ 2 เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

ในช่วง 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา เรอัล มาดริด ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา มาตลอด เนื่องจากทีมเจ้าบุญทุ่มสีเลือดหมู-น้ำเงินคว้าแชมป์ลาลีกาไปครองได้ถึง 3 สมัยแถมยังเป็นการซิวแชมป์สองสมัยซ้อนในฤดูกาล 2014/15 และ 2015/16 ด้วย

จะว่าไป เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทัพของซีเนอดีน ซีดาน กุนซือหัวเหม่งชาวฝรั่งเศสคู่ควรกับการเป็นแชมป์ลาลีกาฤดูกาลนี้แล้วเพราะพวกเขาเก็บชัยชนะได้มากสุดถึง 29 นัด และแพ้ไปแค่ 3 นัด ทำแต้มรวมได้ถึง 93 คะแนน

แม้ว่าเรอัล มาดริด จะยิงประตูได้ถล่มทลายเกินหลักร้อยลูก(106 ประตู) แต่ก็สู้บาร์เซโลนา ที่มี 3 ประสานเอ็มเอสเอ็น “เมสซี-ซัวเรซ-เนย์มาร์” เป็นดาราชูโรงไม่ได้ โดยบาร์ซายิงได้ถึง 116 ลูก
มากกว่าเรอัล มาดริด 10 ลูก

ส่วนดาวซัลโวสูงสุดศึกลาลีกาฤดูกาลนี้ ตกเป็นของลิโอเนลเมสซี จากบาร์เซโลนา ด้วยจำนวน 37 ประตู ขณะที่คริสเตียโน โรนัลโด ยอดกองหน้าเรอัล มาดริด มาเป็นอันดับ 3 ที่จำนวน 25
ประตู

ฤดูกาลนี้ เรอัล มาดริดกับ บาร์เซโลนาขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างมันหยด ชนิดที่ผลัดกันนำ ผลัดกันตามก่อนที่ “ราชันชุดขาว” จะสวมวิญญาณม้าตีนปลายแซงเข้าเส้นชัยในช่วงโค้งสุดท้าย

นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของซีเนอดีน ซีดานกุนซือชาวฝรั่งเศส ทั้งที่เขาเคยโดนปรามาสว่า ไม่มีทางที่จะนำเรอัลมาดริด ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลาลีกาได้

เนื่องจากไม่มีประสบการณ์คุมทีมมากพอหลังได้รับการเลื่อนชั้นจากคุมทีมชุดบีให้ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ของเรอัล มาดริด

ซีดาน กลายเป็นอดีตนักเตะเรอัล มาดริด คนที่ 6 คว้าแชมป์ลาลีกา ในฐานะผู้จัดการทีม ต่อจากแบร์นด์ ชูสเตอร์,บิเซนเต เดล บอสเก, ฮอร์เก บัลดาโน, หลุยส์ โมโลว์นีย์ และมิเกล มูนอซ

ถึงตอนนี้ นักเตะเรอัล มาดริด ยังไม่ได้ชูถ้วยฉลองแชมป์กันเลยเพราะเป็นธรรมเนียมของฟุตบอลสเปนที่จะไม่มอบถ้วยแชมป์ลีกหลังจบฤดูกาลโดยจะมีพิธีมอบถ้วยแชมป์ในนัดเปิดฤดูกาลหน้า ทำเอาลูกา โมดริช และกาเร็ธ เบล ซึ่งไม่รู้เรื่องเพราะเพิ่งคว้าแชมป์กับทีมหนแรกถึงกับอึ้งเลยทีเดียว

ภารกิจในฤดูกาลนี้ของเรอัล มาดริด ยังไม่จบเมื่อพวกเขายังต้องลงเตะนัดชิงชนะเลิศศึกแชมเปียนส์ลีกกับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ของเวลส์ หากราชันชุดขาวพิชิตยูเว่ได้ก็จะผงาดเป็นดับเบิ้ลแชมป์ฤดูกาลนี้อย่างยิ่งใหญ่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

กองหน้าดาวรุ่ง “ชุดขาว” ฉายแววเด่นจนพาทีมคว้าชัยในศึก ลา ลีกา

กองหน้าดาวรุ่งของ เรอัล มาดริด ฉายแววเด่นจนพาทีมชนะ เรอัล โซเซียดาดไปได้ 3-1 คว้า 3 คะแนนขึ้นท็อปโฟร์ รั้งหัวตาราง ลา ลีกา ต่อไป

ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน เรอัล โซเซียดาด ที่กำลังมั่นใจหลังชนะรวด 3 เกมแรกเปิดรัง เอสตาดิโอ อาโนเอต้า รับมือ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แชมป์เก่า ที่ยังคงขาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ มาร์เซโล่ ที่ติดโทษแบน นัดนี้ใช้ แกเร็ธ เบล และ มาร์โก อาเซนซิโอ เดินเครื่องหนุน บอร์ฆ่า มาโยราล

เรอัล มาดริด

เกมลาลีกาสเปนนัดที่ 4 ของฤดูกาลเจ้าบ้านเรอัล โซเซียดาดใช้ เกโรนิโม รุลลี เป็นผู้รักษาประตู คู่กองหลัง ดิเอโก้ ยอเรนเต้ จับคู่กับ อาริตซ์ เอลัสตอนโด้ แดนกลาง เดวิด ซูรูตูซา, อาเซียร์ อีญาร์ราเมนดี้ และ ซาบี ปริเอโต้ แนวรุก เซร์คิโอ กานาเลส, วิลเลียม โชเซ และ อัดนาน ยานาไซ

ทางฝั่งทีมเยือนใช้ เคย์เลอร์ นาบาส ลงเฝ้าเสา คู่แนวรับ เซร์คิโอ รามอส กับ ราฟาเอล วาราน แดนกลาง คาเซมิโร, ลูก้า โมดริช และ อิสโก้ แนวรุก มาร์โก้ อเซนซิโอ้, แกเร็ธ เบล และ บอร์ฆา มาโยรัล

ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาที 19 จากจังหวะที่ คาเซมิโร โยนบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ เซร์คิโอ รามอส ที่สอดขึ้นมาพักบอลก่อนโดนเหนี่ยวล้มไปในกรอบเขตโทษ แต่บอลไปเข้าทาง
บอร์ฆา มาโยรัล วิ่งมาซัดด้วยขวาเข้าประตูไป เรอัล มาดริดนำ 1-0

เจ้าบ้านได้ประตูตีเสมอในนาที 29 อัลบาโร โอดริโอโซลา ได้บอลลุยมาทางขวาก่อนเปิดบอลข้ามมาให้ เควิน โรดริเกวซ ที่สอดขึ้นมาได้วอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มๆ บอลพุ่งตรงตัว เคย์เลอร์ นาบาส ที่รับบอลกระฉอกปลิ้นเข้าประตูไป โซเซียดาดตีเสมอ 1-1

ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งในนาที 36 จากจังหวะสวนกลับ บอร์ฆา มาโยรัล ได้บอลหลุดมาในกรอบเขตโทษก่อนโยกหลบแนวรับแล้วเปิดบอลผ่านหน้าปากประตูไปโดน เควิน โรดริเกวซ สกัดบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูไป เรอัล มาดริดนำ 2-1

เท่านั้นไม่พอ นาที 61 ทีมเยือนฉีกเป็น 3-1 อิสโก้ วางบอลยาวขึ้นหน้าให้ แกเร็ธ เบล สปีดหนีกองหลังแล้วหลุดเข้าไปทางขวาเขตโทษ ก่อนดีดด้วยซ้ายข้ามตัว เจโรนิโม่ รูยี่ ตุงตาข่าย ปิดท้ายให้ เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 3-1

จบเกมเป็นเรอัล มาดริดเอาชนะเรอัล โซเซียดาดไปได้ 3-1 คว้า 3 คะแนนเต็มเก็บเพิ่มเป็น 8 คะแนนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4 ส่วนเจ้าบ้านแพ้เป็นนัดแรกมี 9 คะแนนรั้งอันดับ 3

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ซีอาร์เซเวน ควงกองหลังกัปตันทีมซัดประตูพาแชมป์เก่าประเดิม 3 แต้มใน UCL

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำทัพพาสังกัด ชุดขาว เรอัล มาดริด ชิลชัย ประเดิม 3 แต้มใน ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้เหนือทีมจากไซปรัสแบบไม่ยาก

ฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก นัดแรกของกลุ่มเอช เปิดบ้านที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด รับการมาเยือนของ อาโปเอล นิโคเซีย ตัวแทนจากไซปรัส

เรอัล มาดริด

ซีเนดีน ซีดาน ชวดใช้งานมาร์โก้ อเซนซิโอ ที่ดันมาสิวติดเชื้อที่ขา รวมถึงคาริม เบนเซมาที่ไม่สมบูรณ์ แต่จะได้คริสเตียโน โรนัลโด้ลงมาประสานเกมร่วมกับแกเร็ธ เบล, อิสโก้ อีกครั้ง ขณะที่ทีมเยือนนำมาโดย อิกอร์ เด คามาร์โชศูนย์หน้าหมายเลข 9 โดยมีวีเนซิอุส รวมถึงนูโนโมเลส คอยปั้นเกมให้

เริ่มเกมมา 10 นาที ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสเล่นเกมรุกใส่กันทั้งคู่แต่ทีมเยือนมีโอกาสลุ้นให้เห็นจากจังหวะลองตะบันไกลของลาโก้ แบ็คซ้ายที่ขึ้นมาเติมเกมรุกจนนาบาสต้องพุ่งปัดออกหลัง

อีก 2 นาทีถัดมา เป็นโลส บลังโกส ที่ได้เฮก่อนจากจังหวะเล่นสวนกลับนาบาสจ่ายให้โควาซิช
ก่อนที่กองกลางโครแอตจะผ่านต่อให้อิสโก้ได้ลากฝ่าแนวรับนิโคเซีย และจ่ายสั้นต่อให้เบลทางด้านซ้ายก่อนที่ปีกชาวเวลส์จะผ่านบอลเรียดเข้าเขตโทษด้านไกล และเป็นโรนัลโด้หาโอกาสแปเข้าประตู เจ้าถิ่นนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 25 มาดริดขยับเปลี่ยนตัวคนแรกหลังโควาซิชมีอาการเจ็บที่ขาหนีบและซีดานเลือกเอาโครสลงมาคุมแดนกลางแทนที่

เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกหนจากจังหวะประสานงานของเบลกับโรนัลโด้เช่นเดิมในนาทีที่ 33 โดยครั้งนี้ปีกหมายเลข 11 ผ่านบอลให้ลักษณธเดิมเข้าเขตโทษ แต่ CR7 ซัดไม่เข้ากรอบ รวมถึงโอกาสยิงหลุดกรอบอีกหนของแข้งหมายเลข 7 ที่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

เปิดครึ่งหลังมา โรนัลโด้ได้โอกาสยิงบอลไปชนคานตกมาที่เส้นปากประตู โดยเจ้าตัวคิดว่าบอลเข้าไปแล้วทว่าจากเทคโลโนยีโกลไลน์ชี้ว่าลูกนี้ยังไม่ข้ามเส้นไป

นาทีที่ 51 เป็นลาโก้ของทีมเยือนที่ดันไปมีจังหวะแฮนด์บอลในเขตโทษและเป็นซูเปอร์สตาร์โรตุเกสรับหน้าที่สังหารเสียบมุมซ้ายเข้าไปไม่เหลือ เรอัล มาดริด ขยับห่าง 2-0

อีก 10 นาทีถัดมา รามอสได้โอกาสลองจักรยานอากาศจ่อๆหน้าเขตโทษจากการโหม่งตั้งให้ของเบลบอลลอยลอดตัววอเตอร์มันเข้าประตูราชันชุดขาวหนีเพิ่มเป็น 3-0

ท้ายเกมโรนัลโด้มีโอกาสนำบอลซุกก้นตาข่ายไปแล้วแต่ไลน์แมนยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนเวลาที่เหลือยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นเกมรุกเหนือกว่าชัดเจน แต่ไม่มีสกอร์ที่สี่เกิดขึ้น จบเกม มาดริด ถล่มอิโปเอล นิโคเซีย 3-0 ประเดิม 3 แต้มแรกของกลุ่มเอชได้สำเร็จ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ปิดฉากเรียบร้อย! เรอัล มาดริด ปิดฉากลงอย่างสวยหรูศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับฟุตบอลลีกยุโรปของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด หลังเกมนัดชิงชนะเลิศของศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา ได้ปิดฉากการทำศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก จบลงโดยผลปรากฏว่าเป็นทางฝั่ง “ราชันชุดขาว” ที่เอาชนะไปได้อย่างขาดลอย 4-1 พร้อมส่งให้ยอดทีมจากเมืองหลวงแดนกระทิงดุ สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกที่ป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ นับตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อรายการว่า ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 1992 พร้อมเป็นแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปเป็นสมัยที่ 12 ด้วย

เรอัล มาดริด

ในปีนี้ถือเป็นปีทองของมาดริดเลยก็ว่าได้เพราะนอกจากพวกเขาจะสามารถป้องกันแชมป์ยุโรปได้สำเร็จแล้ว ก่อนหน้านี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ยังเพิ่งคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2016-17 มาครองเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีอีกด้วยโดยมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมากในซีซั่นนี้

ฟอร์มอันสุดยอดของ“คริสเตียโน โรนัลโด” ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านักเตะที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพามาดริด คว้าดับเบิลแชมป์มาครองได้ในปีนี้ นั่นก็คือ “CR7” โดย โรนัลโดถือเป็นหัวใจในเกมรุกของทีมอย่างแท้จริงซึ่งแม้ว่าในฤดูกาลนี้ด้วยอายุที่มากกว่า 32 ปี ทำให้เขาต้องเปลี่ยนสไตล์การเล่นจากการเลี้ยงบอลด้วยลีลาและความเร็วเข้าไปทำประตูกลายมาเป็นวิ่งหาช่องอยู่ในแดนหน้าและรอจังหวะในการสังหารแทน

โดยในตอนแรก โรนัลโดถูกวิจารณ์อย่างหนักจากตำแหน่งการยืนใหม่ของเจ้าตัวเนื่องจากเขาไม่ใช่กองหน้าธรรมชาติ แต่ โรนัลโดก็ได้ฝึกทักษะอื่นๆแทนการเลี้ยงที่หายไป ทั้งการเข้าฮอสอันแม่นยำ, การเล่นลูกกลางอากาศรวมถึงการวิ่งหาช่อง เป็นต้นจนส่งผลให้เขากลายเป็นกองหน้าตัวผลิตสกอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบในซีซั่นนี้ และมักจะทำประตูสำคัญๆได้อยู่เสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิง 2 ประตูใส่ จานลุยจิ บุฟฟ่อนยอดผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส และส่งผลให้เขาแซง ลิโอเนล เมสซี สตาร์แนวรุกของทีมบาร์เซโลนาคว้ารางวัลดาวซัลโวของฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่มาครองด้วยจำนวน 12 ประตูจาก 13 นัด และเป็นดาวซัลโวของศึกยูซีแอลเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันเริ่มจากปี 2013-2017

ส่วนสถิติการทำประตูอื่นๆที่น่าสนใจของ โรนัลโดในฤดูกาลนี้ ประกอบด้วย การทำ 25 ประตู และ 5 แอสซิสต์ในศึกลาลีกา, การทำ 9 ประตูจาก 4 นัดในนามทีมชาติโปรตุเกส รวมถึงการยิงประตูรวมไปแล้ว 600 ลูกตลอดชีวิตการค้าแข้งซึ่งจากผลงานทั้งหมดที่กล่าวมาก็น่าจะส่งผลให้เขาคว้ารางวัลรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป หรือ บัลลงดอร์ เป็นสมัยที่ 5 ของตนเองมาครองได้สำเร็จ

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ไม่ล้มเลิก! เรอัล มาดริด กลับลำจ่อยื่นข้อเสนอล่าตัว เด เคอา 46 ล้านปอนด์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวเตรียมกลับมายื่นข้อเสนอล่าตัว ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เตรียมกลับมาพยายามคว้าตัว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนของ ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

เรอัล มาดริด

มาดริด เคยล้มเหลวในการคว้าตัว เดเคอา เมื่อปี 2015 แบบหวุดหวิดในนาทีสุดท้ายแต่พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเป็นที่เชื่อกันว่าซีเนดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาวยอมรับสภาพแล้วว่าทีมไม่สามารถคว้าตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าดาวรุ่งของโมนาโกมาร่วมทีมได้ในซัมเมอร์นี้ ทำให้ เด เคอา กลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของเขาทันที

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ชุดขาว กำลังเตรียมพร้อมยื่นข้อเสนอ 46 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อตัว เด เคอา และพวกเขาหวังว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเพียงพอที่จะโน้มน้าวปิศาจแดงปล่อยแข้งรายนี้

ทางด้าน อันเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์คนสำคัญ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ออกมายอมรับว่าหาก ดาบิด เด เคอา จอมหนึบเพื่อนร่วมทีมย้ายซบอก เรอัล มาดริด จะเกิดเรื่องหายนะแน่นอน เพราะโกลวัย 26 ปีเป็นเพื่อนซี้ปึ้กและจะเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “เร้ด เดวิลส์” ประสบความสำเร็จในอนาคต

นายด่านทีมชาติสเปน วัย 26 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับต้นสังกัดตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านๆ มาและสถาปนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในโกลที่ดีที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ยังต้องการโน้มน้าวใจให้นักเตะโยกไปอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก่อนซีซั่นใหม่จะเปิดฉากขึ้น

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

10 แข้งดังที่ย้ายซบ เรอัล มาดริด โดยค่าตัวที่ทำลายสถิติสโมสร

กาลาตีกอสเป็นฉายาของ เรอัล มาดริด ที่มักจะทุ่มเงินซื้อนักเตะชั้นนำระดับโลกมาร่วมทีมมากมายและเราจะมาดูนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมมาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร

เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่โด่งดังทั่วโลกแห่งศึก ลา ลีกา และในเรื่องที่กวาดซื้อแต่ซุปเปอร์สตาร์เข้าร่วมทัพเป็นประจำ และนี่คือ 10 นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร ราชันย์ ชุดขาว มาดูว่ามีใครบ้าง

เรอัล มาดริด

1990–1992 ค่าตัว 3.66 ล้านปอนด์
1. จอร์จี้ ฮาจี้ ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติโรมาเนีย หลังจากโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับสเตอัว
บูคาเรสต์ทีมในลีกประเทศโรมาเนียจนพาทีมคว้าแชมป์ลีกโรมาเนียถึง 3 สมัย และหลังกลับมาจากการพาโรมาเนียเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกปี 1990 ก็ถูก มาดริด ซื้อตัวเข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นกว่า 3.66 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดได้ 2 ฤดูกาล ลงสนามไป 84 เกม ยิงไป 20 ประตู ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้เลย จนต้องถูกปล่อยตัวออกไปในปี 1992

เรอัล มาดริด

1991–1994 ค่าตัว 6.8 ล้านปอนด์
2. โรเบิร์ต โปรซิเนสกี้ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชีย หลังจากประสบความสำเร็จพาเรด สตาร์
เบลเกรดคว้าแชมป์ลีกยูโกสลาเวีย 3 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 1 สมัย ก็ถูกมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวประมาณ 6.8 ล้านปอนด์ในปี 1991 ค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้นฤดูกาลแรกที่เล่นให้มาดริดมีปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ได้ลงสนามไปเพียง 5 เกม หลังจากหายเจ็บกลับมาสามารถโชว์ผลงานให้มาดริดได้ดีระดับหนึ่งแต่ถ้าเทียบกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มซื้อมาถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังทำได้ดีที่สุดคือการพามาดริดคว้าแชมป์โคปป้า เดอ เรย์ 1 สมัยเท่านั้น
สุดท้ายต้องถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในปี 1994

เรอัล มาดริด

1994–1996 ค่าตัว 8.16 ล้านปอนด์
3. ไมเคิล เลาดรู๊ป ตำนานมิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติเดนมาร์ก ก่อนย้ายมาร่วมทีมเรอัลมาดริดเคยผ่านการค้าแข้งกับทีมชั้นนำมาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นลาซิโอ ยูเวนตุส และคู่ปรับร่วมลีกตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นสโมสรที่สร้างความความสำเร็จสูงสุดให้กับเขาโดยย้ายมาร่วมทีมบาร์ซ่าในปี 1989 สามารถพาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึง 4 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพอีก 1 สมัย
แต่จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างเขากับโยฮัน ครัฟฟ์ผู้จัดการทีมบาร์ซ่าในขณะนั้น ทำให้ในปี 1994 เลาดรู๊ปตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมถูกมาดริดโดยมีการประมาณการค่าตัวการย้ายทีมที่ประมาณ 8.16 ล้านปอนด์ซึ่งค่าตัวถือเป็นสถิติสโมสรในขณะนั้น อยู่ค้าแข้งกับมาดริด 2 ฤดูกาล ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกามาได้ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1996–1999 ค่าตัว 11.9 ล้านปอนด์
4. เพรดรัก มิจาโตวิช อดีตกองหน้าทีมชาติยูโกสลาเวีย เริ่มโด่งดังสมัยค้าแข้งกับปาร์ติซานสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกยูโกส ลาเวียในปี 1993 ในฤดูกาลถัดมาย้ายมาร่วมทีมบาเลนเซีย
ลงสนามในลีกไป 104 เกม ยิงไปถึง 56 ประตู แม้จะไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้แต่มิจาโตวิชสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะฤดูกาล 1995-96 ยิงในลีกไปถึง 28 ประตู จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมลาลีกา และฤดูกาลถัดมาก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรกว่า 11.9 ล้านปอนด์ เล่นให้มาดริดจนถึงปี 1999 ลงสนามในลีกไป 90 เกม ยิงไป 30 ประตู สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลา ลีกา และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างละ 1 สมัย

เรอัล มาดริด

1999–2000 ค่าตัว 22.3 ล้านปอนด์
5. นิโคลา อเนลก้า อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส จัดเป็นกองหน้าจอมเทคนิค มีทั้งความเร็วและความคมเริ่มโด่งดังในสมัยค้าให้กับอาร์เซนอลหลังจากพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 1998 ก็ถูกเรอัล มาดริด ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรกว่า 22.5 ล้านปอนด์คว้าตัวกองหน้าวัย 20 ปีมาร่วมทีมในปี 1999 แต่น่าเสียดายอเนลก้ากลับทำผลงานได้ไม่คุ้มกับค่าตัวที่มาดริดทุ่มไป จบฤดูกาลยิงประตูในลีกได้เพียง 2 ประตู จากการลงสนาม 19 เกม ต้องรับสภาพศูนย์หน้าตีนบอดไปโดยปริยายหลังจากจบฤดูกาลก็ถูกปล่อยตัวออกไปให้อดีตต้นสังกัดเดิมอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 

 

เรอัล มาดริด

2000–2005 ค่าตัว 37 ล้านปอนด์
6. หลุยส์ ฟิโก้ อดีตปีกทีมชาติโปรตุเกส ถือเป็นตำนานนักเตะจอมเทคนิคและหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งในขณะนั้น จนได้รับรางวัลบัลลง ดอร์ ในปี 2000 ก่อนจะมาร่วมทีมกับมาดริดเคยค้าแข้งกับทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่างเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า ช่วยพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีกาถึง 2 สมัยจนกระทั่งปี 2000 ย้ายเป็นเล่นให้มาดริดด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 37 ล้านปอนด์ จนสร้างความโกรธเคืองให้กับแฟนบอลบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมากสมัยเล่นให้มาดริดได้มีโอกาสเล่นร่วมกับตำนานนักเตะอย่าง ซีเนอดิน ซีดาน, เดวิด เบ็คแฮม จนพามาดริดคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ในปี 2005 และ แขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2001–2006 ค่าตัว 46.6 ล้านปอนด์
7. ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากพาทีมม้าลายยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกปี 1998 จนได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปีดังกล่าว ก็ถูกเรอัลมาดริดคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2001 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกกว่า 46.6 ล้าน ปอนด์ แม้จะย้ายมาร่วมทีมในวัยเกือบ 30 ปี แล้วแต่ซีดานกลับยังคงรักษาฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของตัวเองจนพาทีมคว้าแชมป์แลาลีกาและยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย และแขวนสตั๊ดที่นั่น

เรอัล มาดริด

2009–2013 ค่าตัว 56 ล้านปอนด์
8. กาก้า มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติบราซิลหลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับเอซี มิลานและเป็นจอมทัพในการพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย จนตัวเขาคว้าบัลลงดอร์มาครองได้ในปี 2007 หลังจากนั้นในปี 2009 ก็ถูกเรอัล มาดริด คว้าตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกในขณะนั้นกว่า 56 ล้านปอนด์ แม้ฟอร์มการเล่นกับมาดริดจะไม่เป็นที่พึงพอใจสมกับค่าตัวเท่าใดนักและมักจะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้งแต่เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาในฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่เขามีส่วนร่วมกับทีมมากที่สุดตั้งแต่ย้ายมา

เรอัล มาดริด

2009-ปัจจุบัน ค่าตัว 80 ล้านปอนด์
9. คริสเตียโน โรนัลโด้ ยอดนักเตะหมายเลข 1 ของโลกคนปัจจุบันและเจ้าของบัลลงดอร์ปีล่าสุด
หลังจากโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมกับทีมปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถพาแมนยูฯ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัยและแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย หลังจากนั้นก็ถูกมาดริด
ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 80 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2009 โชว์ผลงานการลากเลื้อยและยิงประตูอย่างถล่มทลายคุ้มกับค่าตัวมากๆ เรียกได้ว่าต่อให้มาดริดซื้อมา 100 ล้าน ปอนด์ยังไงก็ยังคุ้มโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 367 เกม ยิงไปถึง 380 ประตู จนเป็นนักเตะที่ยิงประตูให้มาดริดมากที่สุดตลอดกาลและช่วยพาทีมคว้าแชมป์ลาลีกา 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย และตั้งแต่ย้ายมาเล่นมาดริดโรนัลโด้สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกถึง 3 สมัย

เรอัล มาดริด

2013-ปัจจุบัน ค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์
10. แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ นักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรเรอัล มาดริดในปัจจุบันหลังจากโชว์ผลงานการลากเลื้อยอันยอดเยี่ยมกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปี 2013 ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรและสถิติโลกถึง 85.3 ล้านปอนด์ คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งเขาก็สามารถทำผลงานตอบแทนมาดริดได้อย่างดีทีเดียวโดยลงสนามให้มาดริดไปแล้ว 139 เกม ยิงไปถึง 65 ประตู สามารถช่วยพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกได้ถึง 2 สมัย แต่อย่างไรก็ตามการจะเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เบลควรคว้าแชมป์ลาลีกากับมาดริดให้ได้สักครั้งซึ่งฤดูกาลนี้มีโอกาสอยู่ไม่น้อยทีเดียวที่เขาจะทำได้เนื่องจากมาดริดมีแต้มนำทีมคู่ปรับอย่างบาร์เซโลน่าอยู่

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ไม่ล้มเลิก! เรอัล มาดริด กลับลำจ่อยื่นข้อเสนอล่าตัว เด เคอา 46 ล้านปอนด์

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวเตรียมกลับมายื่นข้อเสนอล่าตัว ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เตรียมกลับมาพยายามคว้าตัว ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนของ ปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

เรอัล มาดริด

มาดริด เคยล้มเหลวในการคว้าตัว เดเคอา เมื่อปี 2015 แบบหวุดหวิดในนาทีสุดท้ายแต่พวกเขาหวังว่าจะประสบความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเป็นที่เชื่อกันว่าซีเนดีน ซีดาน กุนซือราชันชุดขาวยอมรับสภาพแล้วว่าทีมไม่สามารถคว้าตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าดาวรุ่งของโมนาโกมาร่วมทีมได้ในซัมเมอร์นี้ ทำให้ เด เคอา กลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของเขาทันที

รายงานข่าวล่าสุดจาก เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ชุดขาว กำลังเตรียมพร้อมยื่นข้อเสนอ 46 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อตัว เด เคอา และพวกเขาหวังว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะเพียงพอที่จะโน้มน้าวปิศาจแดงปล่อยแข้งรายนี้

ทางด้าน อันเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์คนสำคัญ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ออกมายอมรับว่าหาก ดาบิด เด เคอา จอมหนึบเพื่อนร่วมทีมย้ายซบอก เรอัล มาดริด จะเกิดเรื่องหายนะแน่นอน เพราะโกลวัย 26 ปีเป็นเพื่อนซี้ปึ้กและจะเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ “เร้ด เดวิลส์” ประสบความสำเร็จในอนาคต

นายด่านทีมชาติสเปน วัย 26 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับต้นสังกัดตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านๆ มาและสถาปนาตัวเองกลายเป็นหนึ่งในโกลที่ดีที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ยังต้องการโน้มน้าวใจให้นักเตะโยกไปอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก่อนซีซั่นใหม่จะเปิดฉากขึ้น และ เอร์เรร่า ก็หวังว่า เด เคอา จะอยู่กับทีมต่อไป

“ผมพูดย้ำกับตัวเองอยู่ทุกวันเขาเป็นผู้รักษาประตูที่สามารถทำให้ทีมได้แต้มนั่นถือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ”

“ผมอยากรั้งตัวเขาไว้ที่นี่ และเล่นกับเขาเพราะเขาเป็นผู้รักษาประตูที่น่าทึ่ง และเป็นเพื่อนของผมด้วย ผมคิดว่าคุณสามารถเห็นเขามุ่งมั่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ”

“ถ้าคุณเสีย 3 นักเตะตัวหลักในตำแหน่งใดก็ตามอย่าง ดาบิด, ปอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มันก็จะเกิดปัญหา”

“เราอยากไม่เสียพวกเขาไป เราอยากรั้งตัวพวกเขาเอาไว้ และ ดาบิด อยู่ใน 3 นักเตะตัวหลัก สำหรับผมแล้ว เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกดังนั้น ผมจึงอยากรั้งเขาไว้ที่นี่กับ ยูไนเต็ด” อดีตแข้ง แอธเลติก บิลเบา ทิ้งท้าย

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

มาดริด สโมสรยังได้รับรางวัลที่ดีที่สุดของสโมสรยุโรปของศตวรรษที่ 20

เรอัล มาดริด ทีมประสบความสำเร็จในการเป็นสโมสรแรกที่ชนะกลับไปกลับแชมเปี้ยนส์ลีกขยายนำของพวกเขาบนยูฟ่าจัดอันดับสโมสร

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลาลีกา สเปน มีสนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบวอันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด มาดริดเป็นสโมสรที่มีหุ้นส่วน (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902

เรอัล มาดริด

ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัยซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [6] มีเพียงโทรฟียุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ
ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับอาเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983

มาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007[7] และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย[8]
เรอัลมาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 2-1

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด วิเคราะห์บอล ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ

ราชันย์สนามหญ้า! มาดริด เจ้าแห่งวงการลูกหนังแห่ง ลาลีกา

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ราชันชุดขาว เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน

เรอัล มาดริด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1902 เล่นใน ลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 33 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น
เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย

เรอัล มาดริด

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของโครงการสถาบันการศึกษาเสรีพวกเขารวมตัวกันสร้างสโมสร ฟุตบอลคลับสกาย ขึ้นในปี ค.ศ.1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ย่านมองโกลอา

สโมสรฟุตบอลมาดริดกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร อาดอลโฟ เมเลนเดซ ได้ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมอยู่หลายแห่ง ในปี ค.ศ.1912 สโมสรก็ได้เปิดใช้สนามของตนเองเป็นครั้งแรกที่กัมโปเดโอโดเนล (Campo de O’Donnell) [11] และในปี ค.ศ. 1920 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น เรอัลมาดริด

ในปี ค.ศ.1929 ได้มีการก่อตั้งระบบการแข่งขันระหว่างสโมสรในสเปนขึ้นเป็นครั้งแรก เรอัล มาดริดสามารถครองอันดับที่ 1 มาตลอดในช่วงนัดแรกของฤดูกาลจนมาถึงนัดสุดท้ายซึ่งแพ้ให้กับแอทเลติกบิลบาโอทำให้สโมสรได้แค่อันดับที่ 2 และพลาดตำแหน่งแชมป์ให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเรอัลมาดริดสามารถได้แชมป์ลีกสเปนได้ครั้งแรกในฤดูกาล 1931-1932
และในปีถัดมาพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน

ในปี ค.ศ. 2006 สโมสรได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่แทนเปเรซคือ รามอนกัลเดรอน และสโมสรสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในรายการลาลีกาต่อมาในปี ค.ศ.2007 สโมสรก็ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งหลังจากที่กาเปลโลอยู่กับสโมสรเพียงฤดูกาลเดียว ด้วยการเซ็นสัญญากับ แบรนด์ ชูสเตอร์ อดีตผู้เล่นชื่อดังในช่วงทศวรรษที่ 1980 ของสโมสร และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนกาเปลโลโดยชูสเตอร์ได้ซื้อผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์และทักษะที่ดีมากมายชูสเตอร์นำสโมสรไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ไม่ค่อยดีนนักโดยตกรอบสิบหกทีมสุดท้ายด้วยการปราชัยให้แก่โรม่าจากอิตาลี ไป 4-2 แต่กลับทำผลงานในลีกได้อย่างดีด้วยการนำสโมสรไม่แพ้ใครมา 9 นัดติดในช่วงก่อนเก้านัดสุดท้ายก่อนจบฤดูกาลแล้วคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสรไปได้

ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2008-09 ชูสเตอร์สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ด้วยการชนะสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ไป 6-5. แต่แล้วชูสเตอร์ก็ถูกไล่ออกจากการผู้จัดการทีมโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางสโมสรจึงแต่งตั้งให้ ควนเต ราโมส เป็นผู้จัดการทีมแต่ราโมสก็ไม่สามารถนำสโมสรประสบความสำเร็จมากซึ่งในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ก็ปราชัยให้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ไป 5-0 ในรอบสิบหกทีมสุดท้ายและผลงานในลีกก็ทำได้แค่จบอันดับ 2 ซึ่งก็ทำให้ราโมสโดนไล่ออกไป

สำหรับแฟนบอลท่านใดที่ต้องการรับชม ข่าวฟุตบอล ตารางบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ข่าวอื่นๆ เพิ่มเติม เพียงติตตาม กดไลค์ กดแชร์ ได้เลยนะจ๊ะ